Health

  • กรมการแพทย์แผนไทยแนะนำศาสตร์ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ
    กรมการแพทย์แผนไทยแนะนำศาสตร์ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

    กรมการแพทย์แผนไทย แนะนำ ศาสตร์การแพทย์แผนไทยและสมุนไพร ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ห่างไกล 4 โรคฮิต พบบ่อยช่วงฤดูหนาว

    ในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออากาศเย็นตัวลง ผู้สูงอายุควรดูแลสุขภาพตนเองเป็นพิเศษ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะมีอาการเจ็บป่วยได้มากกว่า โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้แนะวิธีการดูแลสุขภาพตามศาสตร์การแพทย์แผนไทยและสมุนไพร เพื่อรับมือกับ 4 อาการหลักในกลุ่มผู้สูงอายุ ช่วงฤดูหนาว อันได้แก่ (1) อาการที่เกิดจากระบบทางเดินหายใจ (2) อาการที่เกี่ยวกับโรคทางผิวหนัง (3) โรคระบบไหลเวียนโลหิต และ (4) อาการปวดข้อ ปวดเข่า ดังนี้:

    อาการที่เกิดจากระบบทางเดินหายใจ

    อาการที่เกิดจากระบบทางเดินหายใจ อันได้แก่ ไข้หวัด ไอ เจ็บคอ ในช่วงที่อากาศเย็น หากพบว่าผู้สูงวัยมีอาการไอ เป็นไข้ แนะนำให้ใช้ฟ้าทะลายโจร บรรเทาอาการไข้ ไอ เจ็บคอ โดยให้รับประทานยาฟ้าทะลายโจร ชนิดแคปซูล ขนาด 500 มิลลิกรัม ครั้งละ 3 แคปซูล หรือสารสกัดจากฟ้าทะลายโจร รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง หรือกินตามคำแนะนำของฉลากกำกับยา สำหรับยาฟ้าทะลายโจรห้ามใช้ในผู้หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ผู้ที่แพ้ฟ้าทะลายโจร ในผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บคอเนื่องจากติดเชื้อแบคทีเรียเกิดอาการรุนแรง หากมีอาการไอร่วมด้วย สามารถใช้ยาแก้ไอสมุนไพร เช่น ยาประสะมะแว้ง ยาตรีผลา ซึ่งมีสรรพคุณบรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ นอกจากนี้ ผู้สูงอายุควรเลี่ยงการทำกิจกรรมในชุมชนหนาแน่น และต้องล้างมือบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการสัมผัสเชื้อโดยไม่ได้ตั้งใจ

    อาการที่เกี่ยวกับโรคทางผิวหนัง

    เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้ง อาจเป็นเหตุให้ผู้สูงอายุมีอาการผิวแห้ง แตก อักเสบ เป็นผื่นคัน เนื่องจากผิวหนังขาดความชุ่มชื้น ดังนั้น ควรบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ ด้วยผลิตภัณฑ์จาก ว่านหางจระเข้ แตงกวา มะเขือเทศ น้ำมันมะพร้าว ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน

    อาการเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิต

    เนื่องจากอาการที่หนาวเย็นและการเคลื่อนไหวร่างกายที่น้อยลง และความเป็นไปได้ที่อาจมีการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงในช่วงเวลานี้ ผู้สูงอายุที่มีภาวะโรคหลอดเลือดหัวใจ ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจ อยู่เดิม ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ในกรณีผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ต้องปฏิบัติตนตามแพทย์สั่ง และควรรับประทานอาหารที่เหมาะสม เช่น เนื้อปลา ไข่ ผักผลไม้ รวมถึงสมุนไพรบางชนิดที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ได้แก่ กระเจี๊ยบแดง บัวบก ใบเตย ตะไคร้ หากมีอาการป่วยร่วมด้วย และสำหรับท่านใดมีโรคไขมันในเลือดสูง แนะนำสมุนไพรใกล้ตัวที่หาได้ในครัวเรือน เช่น กระเทียม มีสรรพคุณ ช่วยลดระดับไขมันที่ไม่ดีในร่างกาย ลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด และลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น

    อาการปวดข้อ ปวดเข่า

    สามารถรักษาด้วยการนวดเฉพาะจุด เพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนบริเวณข้อเข่า ลดอาการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณรอบ ๆ ข้อเข่า

    หลังจากนั้น สามารถประคบสมุนไพรหรือใช้ยาพอกเข่า เป็นการเสริมประสิทธิภาพของการนวดเพื่อลดอาการอักเสบและลดอาการปวด ซึ่งการประคบสมุนไพรยังสามารถนำมาประคบได้ด้วยตนเองโดยนำลูกประคบไปนึ่งแล้วใช้ประคบขณะยังอุ่นวันละ 1 – 2 ครั้ง แต่ต้องระมัดระวังควบคุมไม่ให้ลูกประคบร้อนเกินไป เพราะจะทำให้ผิวหนังเกิดอาการไหม้ และห้ามประคบบริเวณที่มีบาดแผล

    สำหรับอาหารที่ช่วยบำรุงข้อและกระดูก

    ได้แก่ อาหารจำพวกธัญพืช เมล็ดถั่ว เมล็ดงา ผักใบเขียว นม ปลาเล็กปลาน้อย ซึ่งเป็นอาหารที่มีแคลเซียมสูง มีส่วนช่วยในการสร้างความแข็งแรงของกระดูกและข้อ และควรออกกำลังกายอย่างเหมาะสมเป็นประจำ เพื่อเป็นการเพิ่มความแข็งแรงของข้อเข่าอีกด้วย

    ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดูแลสุขภาพช่วงฤดูหนาว

    นอกเหนือจากการใช้ยาสมุนไพร ผู้สูงอายุสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อเป็นการลดมูลเหตุของการเกิดโรค เช่น งดการแบกหาม หรือทำงานหนักเกินกำลัง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ ตลอดจนฝึกสมาธิ หรือสวดมนต์ เพื่อผ่อนคลาย ลดอาการจากภาวะเครียดในเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน

    ติดตามบทความและข่าวสุขภาพที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ cornerstoneumcwat.com

Economy

  • BTG เปิดเทรดวันแรก 39.75 บาท ต่ำจอง 0.625%
    BTG เปิดเทรดวันแรก 39.75 บาท ต่ำจอง 0.625%

    BTG เปิดเทรดวันแรก 39.75 บาท ต่ำจอง 0.625% จากไอพีโอ 40.00 บาท

    “เบทาโกร” เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันแรก ราคาเปิด 39.75 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.625% จากราคา IPO ที่ 40.00 บาท

    บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันนี้ (2 พ.ย.65) เป็นวันแรก เปิดการซื้อขายที่ 39.75 บาท/หุ้น ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.625% จากราคาจองซื้อ (IPO Price) ที่ 40.00 บาท/หุ้น

    นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยินดีต้อนรับ บมจ.เบทาโกร เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หมวดอาหารและเครื่องดื่ม ที่มีมูลค่าเสนอขายสูงที่สุดในตลาดทุนไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปีนี้ โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “BTG” ในวันที่ 2 พ.ย.65 นี้

     

    BTG ประกอบธุรกิจเกษตรและอาหารครบวงจรครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้แก่ การผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ เวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ การทำฟาร์มเชิงพาณิชย์ การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ และปลา ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมปรุงและพร้อมรับประทาน รวมไปถึงอาหารสัตว์เลี้ยง

    โดยจำหน่ายในประเทศและต่างประเทศกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ปัจจุบันมีแบรนด์ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ อาหารแปรรูป และไส้กรอก ที่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย เช่น S-Pure, Betagro, ITOHAM และแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยง เช่น Perfecta, DOG n Joy และ CAT n Joy เป็นต้น

    BTG มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วหลังเสนอขายหุ้น 9,674 ล้านบาท มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไป 434.8 ล้านหุ้น และการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน 65.2 ล้านหุ้น มีกำหนดจองซื้อระหว่างวันที่ 10 – 17 ต.ค.65 ในราคาหุ้นละ 40 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 17,392 ล้านบาท (ไม่รวมหุ้นส่วนเกิน) และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 77,392 ล้านบาท

    การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO พิจารณาจากอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio : P/E) 21.2 เท่า ซึ่งคำนวณจากผลประกอบการของบริษัทฯ ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วภายหลังการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ (ไม่รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน)

    โดยมี บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญ

    นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.เบทาโกร เปิดเผยว่าบริษัทมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ BTG จะได้เข้าเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของบริษัทในการมุ่งสู่การเป็นบริษัทอาหารชั้นนำระดับสากลที่ให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยด้านอาหารในราคาที่เป็นธรรมBTG เปิดเทรดวันแรก 39.75 บาท ต่ำจอง 0.625%

    โดยเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าความแข็งแกร่งด้านเงินทุน

    ประกอบกับประสบการณ์ยาวนานในธุรกิจกว่า 55 ปี และปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของธุรกิจ จะเสริมให้บริษัทมีศักยภาพการเติบโตและการแข่งขันอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนทั้งในและต่างประเทศ

    โดยบริษัทฯ มีแผนจะนำเงินจากการระดมทุนไปเป็นทุนในการขยายธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการขยายกำลังการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต ตลอดจนชำระคืนหนี้สถาบันการเงิน และเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินงานของบริษัท

    BTG มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและหลังจัดสรรทุนสำรองต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนด

    ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ผลการดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน กระแสเงินสด แผนการลงทุน รวมทั้งความจำเป็นและความเหมาะสมอื่นๆ ตามความเห็นสมควรคณะกรรมการบริษัทฯ

    หลัง IPO จะมีผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้แก่ บริษัท เบทาโกร โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้น 36.18% TAE HK Investment Limited ถือหุ้น 20.67% และกลุ่มครอบครัวแต้ไพสิฐพงษ์ 15% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว

    ขอบคุณแหล่งที่มา : businesstoday.co

    สามารถอัพเดตข่าวสารเรื่องราวต่างๆได้ที่ : cornerstoneumcwat.com